NoteTube

"หุ้นวันนี้" 22 ก.ค. 2026 : "หุ้นไทย" แค่พักฐาน ต่างชาติไม่หนี ชูหุ้นธนาคาร - ปิโตรฯ ยังเป็นเป้าซื้อ
6:49

"หุ้นวันนี้" 22 ก.ค. 2026 : "หุ้นไทย" แค่พักฐาน ต่างชาติไม่หนี ชูหุ้นธนาคาร - ปิโตรฯ ยังเป็นเป้าซื้อ

TNN

5 chapters6 takeaways10 key terms5 questions

Overview

การวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยในวันที่ 22 กรกฎาคม 2566 โดยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิจัยจากหลักทรัพย์กรุงศรี มองว่าตลาดโดยรวมมีแนวโน้มเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย แม้จะมีการย่อตัวในระยะสั้น สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง แต่คาดว่าเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วง "risk-on with inflation" ซึ่งเน้นการลงทุนแบบ Selective Buy ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและปิโตรเคมี เนื่องจากวัฏจักรการลงทุนใหม่ในเอเชียกำลังเริ่มต้น และอุปทานในภาคปิโตรเคมีตึงตัว

How was this?

Save this permanently with flashcards, quizzes, and AI chat

Chapters

  • ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย แม้จะมีการย่อตัวในระยะสั้น
  • ปัจจัยกดดันระยะสั้นคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน แต่คาดว่าเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดแล้ว
  • ภาวะการลงทุนปัจจุบันอยู่ในช่วง "risk-on with inflation" คือตลาดรับรู้ความเสี่ยงเงินเฟ้อแต่รอการคลี่คลาย
การเข้าใจภาพรวมตลาดและแนวโน้มเงินเฟ้อช่วยให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคได้
นักลงทุนควรมองหาโอกาสลงทุนแบบ Selective Buy ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์
  • สัญญาณการเติบโตของสินเชื่อ (Credit Growth) ในเอเชียอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี บ่งชี้ถึงการเริ่มต้นวัฏจักรการลงทุนใหม่ (New Capex Cycle)
  • กลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไทยมี Credit Growth สูงสุดในรอบ 15 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในระยะกลางถึงยาว
  • แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 อาจมีผันผวน แต่โครงสร้างระยะยาวของกลุ่มธนาคารยังคงน่าสนใจ
การเติบโตของสินเชื่อเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสถาบันการเงิน
หุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารที่แนะนำคือ KBANK และ KTB ซึ่งมีโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่ดีต่อเนื่อง
  • กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นกลุ่มที่โดดเด่นในปัจจุบัน
  • ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและการหยุดชะงักของอุปทาน (Supply Disruption) ส่งผลดีต่อโรงกลั่นและปิโตรเคมี
  • คาดการณ์ว่าอุปทานที่ตึงตัวในกลุ่มนี้อาจยาวนาน 1.5-3 ปี ทำให้กำไรของบริษัทในกลุ่มนี้เติบโตได้ดี
ความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในภาคพลังงานและปิโตรเคมีส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ
หุ้นเด่นในกลุ่มนี้ที่แนะนำคือ PTTGC และ SCC เนื่องจากคาดว่าจะมีกำไรที่เติบโตได้ดี
  • กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่เอเชีย โดยเฉพาะเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียเริ่มฟื้นตัว
  • แม้จะมีความกังวลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่คาดว่าราคาน้ำมันจะไม่เกิน 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งยังไม่กระทบต่อเงินเฟ้อรุนแรง
  • สถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายผ่านการเจรจา มากกว่าจะบานปลายจนปิดช่องแคบ
การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติและเสถียรภาพของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและอัตราเงินเฟ้อ
นักลงทุนควรจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงแรงกดดันจากรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ต้องการลดการใช้จ่าย
  • ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway ถึง Sideway Up โดยมีแนวรับที่ 1,640 จุด และแนวต้านที่ 1,665 จุด
  • กลุ่มที่น่าสนใจลงทุน ได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มปิโตรเคมี
  • หุ้นที่แนะนำ ได้แก่ PTTGC, SCC และ KBANK
การกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของตลาดและหุ้นรายตัวช่วยให้นักลงทุนวางแผนการเข้าซื้อขายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หุ้น PTTGC และ SCC ถูกเลือกเนื่องจากคาดการณ์กำไรที่ดีจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและอุปทานที่ตึงตัว

Key takeaways

  1. 1เงินเฟ้อในสหรัฐฯ คาดผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่ตลาดจะยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงนี้ในระยะต่อไป
  2. 2การลงทุนในเอเชียมีแนวโน้มดีขึ้น จากวัฏจักรการลงทุนใหม่และการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัว
  3. 3กลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการเติบโตของสินเชื่อ
  4. 4กลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่นได้อานิสงส์จากอุปทานตึงตัวและราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง
  5. 5สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
  6. 6นักลงทุนควรเน้นการลงทุนแบบ Selective Buy ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตได้ดี

Key terms

เงินเฟ้อ (Inflation)Risk-on with inflationSelective BuyCredit GrowthCapex CycleSupply DisruptionPetrochemicalRefineryFlowGeopolitics

Test your understanding

  1. 1ปัจจัยใดที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และตลาดจะปรับตัวอย่างไรในช่วง "risk-on with inflation"?
  2. 2เหตุใดการเติบโตของสินเชื่อในเอเชียจึงมีความสำคัญต่อการลงทุนในกลุ่มธนาคาร?
  3. 3ปัจจัยใดที่ทำให้กลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่นเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนในสภาวะปัจจุบัน?
  4. 4นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างไร?
  5. 5กลยุทธ์การลงทุนแบบใดที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำในสภาวะตลาดปัจจุบัน และหุ้นกลุ่มใดที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ?

Turn any lecture into study material

Paste a YouTube URL, PDF, or article. Get flashcards, quizzes, summaries, and AI chat — in seconds.

No credit card required